ซื้อขายที่ดินเปล่า

quote

ผู้คนจำนวนมากที่เคยผ่านการขอสินเชื่อบ้านหรือกำลังเรียนรู้ข้อมูลเพื่อตระเตรียมxxx้จำนวนมากชอบรู้จักสัญญาประกันเพื่อปกป้องสินเชื่อ หรือ MRTA ซึ่งย่อมาจาก Mortgage Reducing Term Assurance ซึ่งสถาบันการเงินจำนวนมากชอบเสนอให้ทำรับรอง MRTA นี้พร้อมกันไปกับการขอสินเชื่อ รวมทั้งมีอัตราค่าดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อที่ต่ำลง แม้ซื้อรับรอง MRTA ร่วมด้วย วันนี้พวกเราลองทำความรู้จักรับรองจำพวกนี้ให้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่อที่จะได้ให้พวกเราสามารถตรึกตรองจุดเด่น ข้อบกพร่อง รวมทั้งสิ่งที่จำเป็นของรับรอง MRTA
 
MRTA สัญญาประกันป้องกันสินเชื่อที่พักที่อาศัยเป็นสัญญาประกันที่ให้ซื้อขายที่ดินเปล่าความคุ้มครองปกป้องชีวิตผู้ขอสินเชื่อ แม้ผู้ขอสินเชื่อเสียชีวิตหรือพิกลพิการทุพพลภาพทั้งหมดถาวร บริษัทรับรองจะเป็นผู้จะรับผิดชอบใช้หนี้ใช้สินที่เหลือให้แก่สถาบันการเงิน ทำให้ผู้สืบสกุลของผู้ขอสินเชื่อไม่ต้องแบกภาระในส่วนนี้ สถาบันการเงินหรือแบงค์จะได้รับการจ่ายเงินxxx้ต่อจากบริษัทที่รับทำรับรองแทนจนกระทั่งครบกรมธรรม์รับรอง MRTA ที่ผู้ขอสินเชื่อทำไว้ โดยเหตุนั้นก็เลยจัดว่าการเสี่ยงของผู้ขอสินเชื่อน้อยลง ทำให้สถาบันการเงิน หรือแบงค์สามารถลดอัตราค่าดอกเบี้ยได้นั่นเอง โดยความปกป้องของรับรอง MRTA จะน้อยลงตามจำนวนเงินxxx้ที่น้อยลงเมื่อผ่อนส่งไปเรื่อยซื้อขายที่ดินเปล่า
 
ช่องทางของรับรอง MRTA
 
ประเด็นหลักที่ทำให้หลายๆคนเป็นห่วงเป็นค่าเบี้ยประกัน MRTA ชอบออกจะสูง โดยมากเป็นเงินปริมาณหลายหมื่นถึงหลักแสนอย่างยิ่งจริงๆ ในความเป็นจริงแล้วรับรอง MRTA มีทางเลือกสำหรับการลดความคุ้มครองป้องกันบางสิ่งบางอย่างที่ช่วยทำให้พวกเราสามารถมัธยัสถ์ค่าเบี้ยประกันและก็ยังคงได้รับผลดีสำคัญๆอยู่ด้วย ซึ่งพวกเราควรที่จะทำการเลือกความคุ้มครองปกป้องแล้วก็ค่าเบี้ยที่เหมาะสมกับเหตุการณ์ของตน
 
– เลือกความป้องกันเต็ม 100% ของวงเงินxxx้ หรือ นิดหน่อยของวงเงินxxx้ ตัวอย่างเช่น 70% หรือ 80% ของวงเงินxxx้ ถ้าเกิดเลือกความคุ้มครองป้องกันแบบไม่เต็มวงเงินนั้น ในกรณีที่ผู้xxx้เสียชีวิต ทุนรับรองบางทีอาจไม่ครอบคลุมหนี้สินทั้งสิ้น ผู้สืบสกุลต้องแบกภาระที่เหลือ
 
– เลือกความป้องกันตลอดเวลาตามข้อตกลงเงินxxx้ยืมหรือ เลือกทำรับรองเฉพาะตอนที่จำนวนเงินxxx้เงินสูงๆยกตัวอย่างเช่นซื้อขายที่ดินเปล่าคำสัญญาเงินxxx้ยืม 30 ปี ทำรับรอง MRTA ช่วงเวลา 10 หรือ 15 ปี โดยหลักสำหรับการพินิจควรจะมองว่าภายหลังจากรับรองถึงกำหนด ภาระหน้าที่หนี้สินที่เหลืออยู่ ควรจะอยู่ในระดับที่ไม่ทำให้ผู้สืบสกุลที่จะแบกรับภาระต่อไม่ตกระกำลำบาก ด้วยเหตุว่าถ้าเกิดผู้xxx้เสียชีวิตในระหว่างที่ยอดสินเชื่อยังสูงอยู่ บริษัทรับรองจะเป็นผู้แบกภาระสำหรับในการชำระหนี้แทน ทำให้ภาระหน้าที่ส่วนนี้ไม่ต้องตกมาที่ผู้สืบสกุล แต่ว่าถ้าเกิดผู้xxx้เสียชีวิตข้างหลังรับรองถึงกำหนดอายุแล้วขณะที่ภาระหน้าที่หนี้สินไม่สูงมากมาย ผู้สืบสกุลก็คงจะสามารถรับผิดชอบภาระหน้าที่ส่วนนี้ได้โดยไม่ทุกข์ยากลำบาก
ผู้ส่ง tanakon| 28 กย. 2564 เวลา 14:22 น.| 0| 288
ร่วมแสดงความคิดเห็น

รูปภาพอัปโหลด ขนาด “500 Kb.” ชนิด “jpg,gif,png” เท่านั้น

antispam